Categories

 


 
 
เหล่าซือเคยเสนอว่าหนทางที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับการปล้นฆ่า จัดการกับพวกทรราชและขุนนางที่กระหายสงครามทั้งหลายนั้น ได้แก่ การไม่กระทำสิ่งใดเลย การเสนอแนะทฤษฎีแห่งการไม่กระทำในสภาวะที่เป็นอยู่ขณะนั้น ดูเหมือนจะก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ผลงาน "การไม่กระทำ" ของเหล่าซือนับว่าเป็นกรณีพิเศษ และอำนวยให้เกิดการวางรากฐานของเต๋าขึ้น การไม่กระทำที่เหล่าซือเสนอได้เข้าไปมีอิทธิพลต่อปัจเจกบุคคล และความเข้าใจของบุคคลแต่ละคนเหล่านั้นต่อธรรมชาติของสรรพสิ่ง

 

"เป็นเรื่องปรกติที่สิ่งเช่นนั้น (อาวุธสงคราม) ย่อมจะสะท้อนคืน"

"ยิ่งตรากฎหมายออกมามากเท่าใด โจรก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น"

"นักปราชญ์ย่อมไม่โอ้อวดตน เหตุนั้น เขาจึงได้รับการยกย่อง"

"ผู้กระทำให้เกิดความเจ็บปวดและสูญเสีย คือผู้ที่ปล่อยให้โอกาสดีเสียไป"

 

หลักภายใต้ข้อความสี่ประการนี้ มีความหมายว่า ในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์นั้น กำลังย่อมพ่ายแพ้แก่ตัวมันเอง การกระทำทุกอย่างที่เป็นการท้าทายย่อมได้รับการโต้ตอบ กฎของความเฉื่อยที่ฝังติดมากับภาวะการดำรงอยู่ ทำให้ทุกๆ ด้านของการดำรงอยู่ มีความโน้มเอียงที่จะดำเนินต่อไปอย่างที่มันเป็น การแทรกแซงระหว่างภาวะที่เป็นไปตามธรรมชาติและการต่อต้านภาวะนั้นของมัน เปรียบดังเช่นก้อนหินที่ต่อต้านการถูกบดทำลาย ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิต การต่อต้านจะเป็นไปอย่างแข็งขัน เหมือนดังตัวต่อ เมื่อถูกรบกสนก็จะต่อยทันที

การต่อต้านสิ่งที่มาก่อกวนในส่วนที่เกี่ยวพันกับสิ่งมีชีวิตนั้นมีลักษณะเฉพาะ ทั้งอาจทำให้คิดไปว่าวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นคือ การเดินอย่างองอาจสู่การต่อต้านที่เชื่อมต่อกันไปเป็นทอดๆ และได้ผลมากยิ่งขึ้นทุกที

มนุษย์และ สังคมมนุษย์นั้น สนองตอบต่อการท้าทายอย่างดียิ่ง เมื่อใครคนใดคนหนึ่ง จะเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้อยู่ใต้อำนาจก็ตามพยายามที่จะทำต่อบุคคลหรือกลุ่มคน ผลลัพธ์ท้ายที่สุดคือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่ตั้งใจไว้ เหล่าซือยืนยันว่าไม่ควรใส่ใจกับการท้าทายทั้งหลายและการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการท้าทายด้วยการสนองตอบก็เป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวงที่สุด ตามความคิดของเหล่าซือแล้วไม่มีความสำเร็จที่เกิดขึ้นโดยผ่านการกระทำ หนทางเดียวคือ หวู เว่ย

"การยอมจำนน คือการรักษาทั้งหมดไว้" หวู เว่ย คือหนทางเดียวที่จะทำให้ได้รับความสำเร็จอย่างแท้จริง การเข้าไปขวางอย่างจงใจทั้งก่อนหน้าและภายหลังนั้น ผลที่ได้จะไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้เสมอ ด้วยเหตุนี้คนเราจึงแทบจะถูกบังคับให้ฝึก กระทำการไม่กระทำ

 

"ใช้ความซื่อตรงและสุจริตในการปกครองประชาชน

ใช้ความคาดไม่ถึงในการดำเนินงานทางทหาร

ใช้การไม่เข้าไปเกี่ยวข้องสำหรับการครอบครองโลก

ข้าพเจ้าเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไรน่ะหรือ

ยิ่งมีข้อห้ามมากขึ้นเท่าใดในโลก ประชาชนก็ยิ่งยากจนลงไปเท่านั้น

ยิ่งประชากรมีฝีมือในงานอาชีพมากเพียงใด สิ่งล่อตาล่อใจก็จะถูกผลิตออกมามากเพียงนั้น

ยิ่งประกาศกฎหมายออกมามากเพียงใด โจรก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

ด้วยประการนี้  นักปราชญ์จึงกล่าวว่า:

ข้าพเจ้าไม่คิดประดิษฐ์คิดสร้างสิ่งใด

ผลคือ ประชาชนมีความศิวิไลซ์ตามธรรมชาติ

ข้าพเจ้าจึงพึพอใจความสงบเงียบ

ผลคือ ประชาชนมีความสุจริตอย่างยิ่งตามธรรมชาติ

ข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดที่จะกระทำ

ผลคือ ประชาชนมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ

ข้าพเจ้าไม่มีความปรารถนาใดๆ

ผลคือ ประชาชนอยู่อย่างเรียบง่ายตามธรรมชาติ"

 

"กระทำการไม่กระทำ

ดิ้นรนให้แก่การไม่ต่อสู้ดิ้นรน

พอใจในรสของสิ่งที่ไร้รส

เห็นว่าสิ่งเล็กน้อยมีความสำคัญ ทำให้ป็นจำนวนมากจากจำนวนที่น้อย

วางแผนสำหรับความกลำบากตั้งแต่มันยังง่ายอยู่

กระทำสิ่งใหญ่ตั้งแต่มันยังเป็นสิ่งเล็กน้อย

สิ่งที่ยากที่สุดในโลกนั้น ต้องกระทำขณะที่มันยังเป็นสิ่งที่ยังง่ายอยู่"

 

เรื่องสำคัญคือ ต้องเข้าใจว่าหวู เว่ยหาใช่สิ่งเดียวกับการไม่มีอะไรเลย และไม่ใช่ต้นแบบที่สมบูรณ์ของการอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไร ตรงกันข้ามมันเป็นเจตคติที่มีประโยชน์เป็นพิเศษ เนื่องจากมันทำให้การกระทำทั้งมวลเป็นไปได้และบังเกิดผล หวู เว่ย คือการเข้าใจกฎธรรมชาติ การดำเนินตามกฎธรรมชาตินั้นทำให้ได้รับพลังที่แท้จริง และทำให้การกระทำทั้งมวลเกิดสัมฤทธิผล

เต้าเต๋อจิง ตั้งอยู่บนหลักการทั่วไปซืึ่งควบคุมความมีอยู่ทั้งมวล ในเวลาเดียวกันก็ย้อนกลับสู่ความสนใจในปัจเจกบุคคลด้วย หลักการนี้เรียกว่า เต๋า หรือ วิถี เต๋าที่แท้จริงคือหลักการแห่งจักรวาลที่ไร้ชื่อและไร้รูปแบบ เป็นศิลปะที่นำไปใช้ในชีวิตของปัจเจกบุคคล (ชีวิตที่ยืนยาวและความมีจิตวิญญาณ)  มากพอๆ กับที่นำไปใช้ในทางการเมือง (การยินยอมให้ประชาชนมีชีวิตอยู่อย่างอิสระและสงบสุข) เต้า เต๋อ จิง ไม่ใช่ตำราทางปรัชญา ไม่มีวิธีปฏิบัติแบบใดอยู่ในนั้น มันให้เพียงข้อสรุป ไม่ใช่ขั้นตอนที่จะก้าวไปถึงจุดหมาย มันเหมาะสำหรับปัจเจกบุคคลที่จะก้าวไปด้วยตัวของตัวเอง

ความจริงแท้นั้น พวกเราแต่ละคนรู้กันอยู่แล้วด้วยสัญชาตญาณหรือสามัญสำนึกของตนว่าคือกฎสูงสุดที่ควบคุมการปรากฏอยู่ ความดีอันแท้จริงหรือ เต๋อ ในภาษาจีนนั้นคือความสามารถที่จะรับรู้ ยอมรับ และเดินไปตามวิถีทางนั้น เมื่อแปลตามตัวอักษร เต้า เต๋อ จิง ก็คือ หนทาง คุณธรรม และงานเขียนนั่นเอง

 

Comment

Comment:

Tweet

คืนสู่สามัญ...

เป็นมนุษย์นี่มันยาก...sad smile

#1 By wesong on 2009-07-10 22:19