Categories

 

ตำนานกล่าวว่า ในวันที 14 เดือนกันยายน เมื่อ 61 ปี ก่อนพุทธกาล ณ ตำบลเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อ ฉู่เจิน เมือง คู แห่งรัฐฉู่ ในประเทศจีนโบราณ หญิงผู้หนึ่งอยู่ในท่าเอนกายพิงต้นพลัมได้ให้กำเนอดเด็กทารกคนหนึ่งซึ่งรับรู้กันว่ามีความสำคัญระดุจเทพเจ้า เนื่องจากความเป็นมาเกี่ยวกับกำเนิดของทารกนี้พิเศษกว่าคนธรรมดา คือ อยู่ในครรภ์มารดาถึง 62 ปี กับทั้งก่อนตั้งครรภ์ มารดาได้เห็นและชื่นชมดาวตกดวงหนึ่ง หลังจากอยู่ในครรภ์มารดามาเป็นเวลาหลายปี เมื่อคลอดออกมาก็สามารถพูดได้ทันที เขาได้ชี้นิ้วไปที่ต้นพลัมพลางประกาศว่า ข้าได้นามสกุลมาจากต้นพลัม"  (ซึ่งตรงกับคำว่า "หลี" ในภาษาจีน) และเนื่องจากหของเขาใหญ่จึงเติมคำว่า "เอ่อร์" ที่แปลว่าหูต่อจากพลัมเป็น "หลีเอ่อร์" แต่กระนั้นด้วยความที่เขามีเส้นผมที่ขาวราวกับหิมะ คนส่วนมากจึงเรียกเขาว่า "เล่าจื้อ (老子 : lao zi)" หรือ "อาจารย์เฒ่า"ซึ่งแปลได้ว่า "อาจารย์ผู้อาวุโส" หรือ "เด็กผู้อาวุโส"

ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าชีวิตในวัยเยาว์ของเล่าจื้อเป็นไปอย่างไร เขาใช้เวลาในวัยผู้ใหญ่อยู่ที่ลั่วหยาง เมืองหลวงของจักรวรรดิจีน ครั้งแรกทำงานเป็นเลขานุการในพระราชวัง ต่อมาจึงทำหน้าที่เก็บรักษาเอกสารทางประวัติศาสตร์สำหรับราชสำนักของราชวงศ์โจว

เล่ากันว่า เมื่ออายุ 160 ปี เล่าจื้อตระหนักถึงความเป็นจริงและความเสื่อมโทรมของราชวงศ์โจว ประกอบกับตกลงใจที่จะปฏิบัติธรรมต่อไปในบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม จึงได้ขับเกวียนเทียมด้วยกระบือตัวหนึ่งออกเดินทางจากอาณาจักรกลางแห่งราชวงศ์โจว ผ่านไปทางด่านหานกู่ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของลั่วหยาง นายด่านชื่อ ยินชิ ซึ่งอ่านปูมพยากรณ์ลมฟ้าอากาศ จึงรู้ล่วงหน้าว่าจะมีผู้ทรงคุณวิทยาผ่านมา นายด่านจึงขอร้องเล่าจื้อว่า "ท่านกำลังจะจากไปไม่มีโอกาสได้พบเห็นกันอีกแล้ว ขอได้โปรดเขียนตำราไว้ให้ข้าพเจ้าซักเล่มหนึ่งด้วยเถิด" เหตุนี้ เล่าจื้อจึงลิขิต "เต้า เต๋อ จิง" (道德經 : Tao Te Ching) คัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ของ เต้า และ เต๋อ ขึ้นมา อันประกอบไปด้วยอักษรจีนห้าพันตัว จากนั้นท่านก็ได้ออกเดินทางไปยังทิศตะวันตก ไม่มีใครทราบว่าท่านเดินทางไปยังที่ใด และมรณะลงเมื่อใด

ช่วงเวลาที่เล่าจื้อเขียนคัมภีร์ขึ้นนั้น เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองที่ราชวงศ์โจวถูกกดดันให้ออกจากเมืองหลวง โดยพวกอนารยชนที่มาจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผู้นำราชวงศ์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นราชวงศ์ที่มีกำลังอำนาจถูกบังคับให้ไปตั้งเมืองหลวงของตนขึ้นใหม่ ณ ที่ซึ่งห่างไกลออกไปทางทิศตะวันออกของลั่วหยางเป็นระยะทาง 200 ไมล์ เป็น "ราชวงศ์โจวตะวันออก"

ความเสื่อมโทรมของราชวงศ์โจวตะวันออกดำเนินไปเป็นเวลา 522 ปี ด้วยการปกครองแบบราชาธิปไตยซึ่งมีขุนนางเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ในอำนาจ ทำให้ราชวงศ์โจวกลายเป็นเสมือนหุ่นเชิด ผลก็คือขุนนางซึ่งมีอำนาจก่อการจราจลและก่อศึกขึ้น หาใช่ศึกต่อต้านอนารยชนที่กดดันอยู่ตามชายแดนรอบนอกของจักรวรรดิไม่ และด้วยการรบกันเองนี้ก็ได้เพิ่มจำนวนคู่ศึกและการหักหลังมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งประเทศจีนในเวลานั้นกลายเป็นแผ่นดินที่เสื่อมทรามลงไปทุกที

ขงจื้อ นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ได้อุทิศเวลาตลอดชีวิตของตนเพื่อนำระบบจริยธรรมเข้ามาปลูกฝัง โดยหวังว่าจะสามารถป้องกันความชั่วร้ายที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน แต่แม้เมื่อขงจื้อสิ้นชีวิตลงแล้วก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น

ขงจื๊อและเล่าจื้อได้มาพบเจอกันโดยบังเอิญ โดยขงจื้อได้มาค้นหาตำราในห้องสมุด จากเรื่องเล่านี้ ทั้งสองได้แลกเปลี่ยนทรรศนะคติความเห็นในหลายๆด้าน เป็นเวลาหลายเดือน หลังจากการเสวนาในครั้งนี้ ขงจื้อกล่าวว่า "การได้เสวนากับท่านเล่าจื้อ ถือว่าเป็นการศึกษาที่ล้ำลึก และดีเยี่ยมกว่าหนังสือในห้องสมุดเสียอีก"

 

 

ภาพ เล่าจื้อและขงจื้อ

 

ความเชื่อของเล่าจื้อนั้นตรงกันข้ามกับคำสอนของขงจื้อซึ่งอยู่ร่วมสมัยกัน เล่าจื้อเชื่อว่าขงจื้อมีส่วนในการจุดชนวนความยุ่งเหยิงและความทรุดโทรมที่เกิดขึ้น ด้วยการสั่งสอนหลักเกณฑ์ทางจริยธรรมของขงจื้อนั่นเอง จากจุดนี้ที่เราเริ่มจะมองเห็น "วิถี" อันเป็นคำตอบของเล่าจื้อ สำหรับความยุ่งเหยิงของมนุษย์และสังคม ซึ่งปรากฎอยู่ในเต้า เต๋อ จิง นั่นคือวิถีเปลี่ยนการกระทำเป็นหลักแห่ง "การไม่กระทำ" ภาษาจีนเรียกว่า "หวู เว่ย"

คัมภีร์เต้า เต๋อ จิง มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมของประเทศจีนอย่างมาก โดยภายในคัมภีร์นั้น มีเนื้อหาในด้านปรัชญาบุคคล ความกลมกลืนต่อการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จนไปถึงปรัชญาการเมือง

จากการตีความ คำว่า "เต๋า" ในคัมภีร์ มักจะหมายถึง มรรค หรือ หนทาง (The way) หรือ ธรรม ซึ่งมีความหมายกว้างๆและมักตีความหมายในแนวเป็นไปตามธรรมชาติ การกระทำที่สอดคล้องกับวิถีแห่งเต๋าใดๆ จะสามารถบรรลุมรรคผลได้โดยง่าย เล่าจื้อเชื่อว่า ควรหลีกเลี่ยงความรุนแรงต่างๆเท่าที่จะเป็นไปได้


ถึงแม้ว่าเล่าจื้อจะไม่ได้ปลูกฝังวัฒนธรรมหยั่งลึกได้เทียบเท่ากับ ขงจื้อ ในอารยธรรมจีน แต่ท่านก็ยังเป็นที่เคารพนับถือโดยทั่วไป ทั้งแนวความคิดและการปฏิบัติตามหนทางแห่งเต๋า

 

 

และในเอนทรี่หน้าเราก็จะมาเรียนรู้ถึง "หวู เว่ย" หลักแห่งการ "ไม่ปฏิบัติ" ของเล่าจื้อถือว่าที่เป็นแก่นแห่งลัทธิเต๋านี้กันนะครับ

 

_________________________________________

แถมๆๆๆ เอาคลิปที่เกี่ยวกับเต้าเต๋อจิงมาฝากครับ ต้องขอบคุณ คุณ Joob แห่ง Thaitaoism ที่ทำซับไตเติ้ลภาษาไทยใส่ไว้ให้ มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ หากต้องการโหลดก็ จิ้ม ได้เลยนะคับ

 

 

-- June write --

     1st :: เปิดเรียนวันแรก

     2nd :: สาวสวยหาคนรวยๆ แต่งงานด้วย

     3rd :: 30 tips เพื่อการรักษาโลก

     4th :: สินค้ายี่ห้อดัง​ “​ปรุงโลก​ให้​ร้อนขึ้น​”

     5th :: "แฟชันรียูส" รับวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย.

     6th :: เคล็ดลับ​ 3 ​อันดับต้นของกรีนพีซ​ ​สำ​หรับการจับจ่าย​ใน​เทศกาลอย่าง​เป็น​มิตรต่อสิ่งแวดล้อม

     7th :: 12 ​วิธีประหยัดไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด​

     8th :: ปรัชญาเต๋า

     9th :: เต๋า แบบที่ไร้รูปแบบ

 

Comment

Comment:

Tweet

ปรับใช้ในปัจจุบันได้big smile

#3 By Meowzilla Zilla on 2009-06-15 23:55

คัมภีร์ เต้า เต๋อ จิง น่าจะมาอ่านได้ในช่วงนี้เนอะ sad smile big smile

#2 By PunPrai on 2009-06-15 10:02

โอ้ว อายุร้อยกว่าปี

#1 By นายโยจิ^_^ on 2009-06-14 20:56